ถ้าผมเอะใจสักนิด ผมคงไม่มองข้ามบรรทัดแรกของผลงานเล่มล่าสุดเรื่อง “นวนิยายมีมือ” ของนิ้วกลม แต่ผมไม่สามารถบอกอะไรมากไปกว่านี้ได้แล้ว
ถ้าคุณเป็นแฟนหนังสือของนิ้วกลม ผมขอแนะนำให้อ่าน นวนิยายมีมือ ของเขา เพราะนี่เป็นความแตกต่างที่นิ้วกลมสร้างขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง
และถ้าคุณเป็นแฟนหนังสือของมูราคามิ ผมก็ยิ่งอยากจะแนะนำให้อ่าน “นวนิยายมีมือ” เล่มนี้ อย่างไรก็ตาม คุณอาจจะไม่จำเป็นต้องเป็นแฟนมูราคามิแบบเหนียวแน่น คุณอาจจะเคยอ่านนวนิยายของมูราคามิมาไม่กี่เล่ม แต่ถ้าเคยผ่านตา สดับลมขับขาน, พินบอล, 1973, อะไวล์ดชีพเชส, การปรากฏตัวของหญิงสาวในคืนฝนตก และ อาฟเตอร์เดอะเควก จะได้อารมณ์ร่วมมาก
อย่างไรก็ดี คุณก็ไม่จำเป็นต้องอ่านมันอย่างทะลุปรุโปร่ง อาจจะอ่านเพียงครึ่งแรกหรือครึ่งหลัง พอให้ได้กลิ่นอายของมูราคามิบ้าง คุณก็จะสามารถอ่าน “นวนิยายมีมือ” ของนิ้วกลมได้อย่างมีอรรถรสมากขึ้น
สารภาพตามตรง ผมไม่เคยอ่านงานของนิ้วกลมเลย แม้ผมจะตื่นเต้นไปด้วยกับผลงานหลาย ๆ เล่มที่ถาโถมเข้ามาของนิ้วกลมในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา เหตุผลสำคัญที่สุดคือ ผมไม่ชอบวิธีการเขียนของนิ้วกลมที่ใช้ประโยคสั้น ๆ ในแต่ละย่อหน้า (ผมควรจะเรียกมันว่าย่อหน้าหรือเปล่า) ซึ่งผมมองว่าเหมาะมากกับพฤติกรรมการอ่านหนังสือในปัจจุบันที่คนเราสมาธิเริ่มสั้นลงเรื่อย ๆ ในขณะที่ผมชอบการอ่านเชิงบรรยายโวหารยาว ๆ แบบละเอียดละออที่จะต้องอาศัยการอ่านแบบละเมียดค่อย ๆ เก็บไปทีละคำ ทีละบรรทัด ทีละประโยค
แต่ผมถึงขั้นเหลียวหลังมามองเมื่อได้อ่านบทความที่พูดถึงหนังสือ “สมองไหวในฮ่องกง” ของนิ้วกลมเพราะเค้าพูดถึงหนังสือของมูราคามิ ซึ่งเป็นนักเขียนที่ผมชื่นชอบมาก และต่อมาเมื่อได้ข่าวสั้น ๆ ว่านิ้วกลมกำลังเขียนนวนิยายขึ้นมาเล่มหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับมูราคามิ ผมก็ใจจดใจจ่อรอผลงานชิ้นใหม่นี้
เมื่อได้หนังสือมาผมก็ไม่รอช้าหยิบขึ้นอ่านทันทีโดยไม่ต้องจด ๆ จ้อง ๆ เหมือนหนังสือเล่มอื่น ๆ เพราะอยากรู้ว่าคนที่ชอบมูราคามิเหมือนกันจะเขียนถึงมูราคามิอย่างไร เนื่องจากผมอ่านบทความหรือบทวิจารณ์หนังสือของมูราคามิมามากมาย แต่ยังไม่เคยเจอบทความไหนหรือหนังสือเล่มไหนกล่าวถึงมูราคามิได้อย่างตรงใจ รวมทั้งตัวผมเองด้วยที่ยังไม่กล้าหาญพอที่จะมานั่งวิจารณ์หนังสือใด ๆ
ใน “นวนิยายมีมือ” นั้น อาศัยเรื่องราวและฉากหลายต่อหลายตอนในหนังสือหลาย ๆ เล่มของมูราคามิมาเป็นส่วนประกอบหนึ่งของนวนิยายของเขาที่นิ้วกลมอ้างว่า มันคือชีวิตช่วงหนึ่งของเขา ซึ่งแฝงไว้ด้วยข้อเท็จจริงบางอย่างประกอบกับจินตนาการที่กว้างไกลของนิ้วกลมเอง
ผมอ่าน ”นวนิยายมีมือ” ของเขาแล้วพาลให้นึกไปถึงงานชิ้นหนึ่งซึ่งอยู่ในหนังสือรวมเล่มของวินทร์ เลียววาริณ เล่มหนึ่งซึ่งเป็นการเอาพาดหัวข่าวจากหนังสือพิมพ์หลายต่อหลายฉบับมาประกอบแต่งเป็นนิยายเรื่องใหม่ขึ้นมา ซึ่ง “นวนิยายมีมือ” ก็ดูเหมือนจะดำเนินไปตามครรลองนั้นในบางส่วนบางตอน โดยดึงประโยคเต็ม ๆ ออกมาจากหนังสือหลาย ๆ เล่มของมูราคามิมาสร้างเป็นเรื่องใหม่ขึ้นมา
ประเด็นสำคัญของ “นวนิยายมีมือ” ยังพูดถึง “มือ” และ “กล่อง” ด้วย โดย “มือ” นี้เป็นมือของนวนิยายที่จะดึงเอาคนอ่านเข้าไปมีส่วนร่วมกับเรื่องราว หรือดึงเอาความสนใจของคนอ่านติดตรึงอยู่กับเรื่องราวในหน้าหนังสือ หรืออาจจะใช้กับหน้าที่อื่น ๆ อีกมากมายหลายอย่าง ในขณะที่ “กล่อง” เป็นการพูดถึงสิ่งที่ผ่านมาในชีวิตที่ซ่อนอยู่ภายในกล่อง บางครั้งเราก็พลาดโอกาสไม่ได้เปิดกล่องนั้น รอจนกระทั่งกล่องหลุดมือไปแล้วก็มานั่งนึกเสียดายภายหลัง ในขณะที่บางครั้งเราก็เร่งรืบเปิดกล่องออกมาโดยที่จังหวะยังไม่เอื้ออำนวย และทำให้มานั่งเสียใจในภายหลังเช่นกัน แต่หลายครั้งหลายคนก็เปิดกล่องออกมาและพบกับความสุขไปชั่วชีวิต หลายหนหลายทีเราก็ไม่คิดอยากเปิดกล่องอะไรแล้วเมื่อเราพึงพอใจกับกล่องที่เคยเปิดมาก่อนหน้านี้แล้ว
แม้ผมจะไม่ประทับใจแบบร้อยเปอร์เซ็นต์กับหนังสือเล่มแรกที่ได้อ่านของนิ้วกลม แต่หนังสือเล่มนี้ก็มีมือที่ดึงดูดให้ผมอ่านจบได้ภายในเร็ววัน และทำให้ผมอยากลองอ่านผลงานก่อนหน้านี้ของนิ้วกลมอีกหลาย ๆ เล่ม
ผมชอบในพลังที่เหลือเฟือของเขาจริง ๆ ครับ


1 comment
Comments feed for this article
July 6, 2007 at 5:19 pm
Orni
ไม่เคยอ่านหนังสือนิ้วกลมเหมือนกัน แต่อ่านจากบล้อกนี้ แล้วน่าสนใจดี อยากรู้ว่าคนอื่นๆเค้าอ่านมูราคามิ แล้วได้ไอเดียแบบไหนบ้าง