You are currently browsing the monthly archive for August 2007.
เวลาตีสี่เศษ ๆ ในคืนแรกที่คาโอรุและโคจิตัดสินใจที่จะเผยความในใจต่อกันและกัน ณ ริมหาด พระอาทิตย์กำลังจะฉายแสงแรกของวันอยู่ที่สุดขอบปลายฟ้าด้านทิศตะวันออก คาโอรุนึกขึ้นได้ว่า มันเลยเวลาวิกฤติที่เธอจะต้องกลับบ้านก่อนแสงอาทิตย์จะส่องฉายพื้นโลก มิฉะั้นั้นแล้วอาการป่วยของเธอที่เรียกว่า XP หรือ Xeroderma Pigmentosum ซึ่งเป็นโรคที่แสงอุลตร้าไวโอเล็ตจากดวงอาทิตย์จะทำให้ผู้ป่วยโรคนี้เป็นอันตรายได้ เรียกได้ว่า ผู้มีอาการของโรค XP ไม่สามารถใช้ชีวิตในเวลากลางวันที่มีแสงอาทิตย์ได้ และอาการจะหนักขึ้นเรื่อย ๆ โดยระบบประสาทจะค่อย ๆ สูญเสียการควบคุมไปทีละส่วน ๆ ก่อนที่จะพบจุดจบเดียวกัน
หนังฉายให้เห็นความสัมพันธ์ของคาโอรุที่แอบมองความเป็นไปของโคจิผ่านหน้าต่างห้องนอนที่เธอใช้ชีวิตในเวลากลางวันอยู่ในนั้น ความรักในตัวโคจิค่อย ๆ เกิดขึ้นอย่างช้า ๆ พร้อม ๆ กับเรียนรู้ถึงความใฝ่ฝันในการอยากเป็นนักเล่นกระดานโต้คลื่นของเขาไปในตัวด้วย ในขณะที่ตอนกลางคืนคาโอรุก็ออกไปเล่นกีร์ต้าร์และร้องเพลงที่หน้าสถานีที่แทบจะร้างผู้คน
นั่นทำให้ความสามารถอันเอกอุทางด้านดนตรีของคาโอรุถูกปิดเงียบอยู่ในมุมมืดเดียวกับสถานีรถไฟที่ร้างผู้คนแห่งนั้น
แต่เมื่อโคจิพาเธอไปเล่นดนตรีในเืมือง ในแหล่งที่ผู้คนพลุกพล่าน ประกายแห่งความสามารถทางด้านดนตรีของคาโอรุก็เปล่งเจิดจ้าท่ามกลางเสียงปรบมือของผู้คนที่มุงเข้ามาชมและฟังเพลงของเธออย่างหนาแน่ โดยแฟนเพลงคนหนึ่งคือ โคจิ ก็หลงรักทั้งเสียงเพลงและตัวตนของคาโอรุอย่างโงหัวไม่ขึ้นเช่นกัน
…
โรค XP ไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์ของโคจิกับคาโอรุต้องสิ้นสุดลงไป แต่กลับกระชับความสัมพันธ์ให้เหนียวแน่นขึ้นโดยโคจิตัดสินใจขายกระดานโต้คลื่นของตนและหางานพิเศษทำเพื่อหาเงินมาทำความฝันในการออกซีดีของคาโอรุให้เป็นจริง พวกเขากำลังวิ่งไล่ความฝันเดียวกันแล้ว
แต่อาการของโรค XP ก็ทำให้คาโอรุไม่สามารถควบคุมมือของตัวเองได้ ทำให้เธอต้องหยุดการเล่นกีร์ต้าร์ลงไปด้วย แต่ความพยายามของโคจิก็ทำให้คาโอรุตัดสินใจออกเทปส่วนตัวของเธอสำเร็จจนได้
คาโอรุบอกเราว่า อย่ายอมแพ้ชะตากรรม เพียงแต่ การเอาชนะชะตากรรมไม่จำเป็นต้องฝืน เราสามารถเล่นตามกติกาที่กำหนดไว้ได้ พร้อม ๆ กับไล่ตามความฝันที่มีไปด้วยกัน
ทำ blog มาได้สักพักหนึ่งแล้วครับ คุณดวงพาหนังสือมาแนะนำเพียบเลย จริง ๆ ผมมีหนังสือที่อ่านแนะนำสัก 2-3 เล่มบ้างเหมือนกัน แต่ติดตรงที่ว่ายังรู้สึกว่าย่อยได้ไม่ดีนัก ก็เลยติดไว้ก่อนดีกว่า (ฟังดูดีกว่าข้ออ้างนิดหน่อย) เลยปล่อยให้คุณดวงโซโล่ไปก่อน
วันนี้ไปอ่านเจอ “หนังสือขายดีระยะยาว” ที่ Business Week, August 2007 เขียนไว้ เลยอยากเอามาบอกต่อครับ ส่วนตัวเคยอ่านมาแล้วบ้างบางเล่ม บางเล่มก็ใช้ประกอบการสอนวัยรุ่นอยู่ ผมไม่แน่ใจว่าหนังสือพวกนี้ติดอยู่ใน list ของหนังสือดีที่อดีตนายกแนะนำให้อ่านรึเปล่านะครับ เอาเป็นว่านี่เป็นหนังสือในหมวดธุรกิจ เศรษฐศาสตร์ การจัดการ การขาย การตลาด การลงทุน ที่คนบางส่วนในโลกนิยมอ่านก็แล้วกันครับ ส่วนท่านเห็นชื่อแล้วอยากจะหยิบเล่มไหนมาอ่าน ก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนนะครับ ขอให้เพลิดเพลินกับตัวหนังสือครับ
หนังสือขายดีระยะยาว ประเภทหนังสือธุรกิจปกแข็ง
1. Good to great : Jim Collins
2. Now, Discover your strengths : Marcus Buckingham, Donald O. Clifton
3. Freakonomics : Steven D. Levitt, Stephen J. Debner
4. The five dysfunctions of a team : Patrick M. Lencioni
5. Who moved my cheese? : Spencer Johnson
6. The little red book of selling : Jeffery Gitomer
7. The world is flat : Thomas L. Friedman
8. FISH : Stephen C. Lundin,Harry Paul, John Christensen
หนังสือขายดีระยะยาว ประเภทหนังสือธุรกิจปกอ่อน
1. The tipping point : Malcolm Glaswell
2. Rich dad, Poor dad : Robert T. Kiyosaki
3. Getting things done : David Allen
4. Getting to yes : Roger Fisher
5. The E-myth revisited : Michael E. Gerber
6. The 7 habits of highly effective people : Steven R. Covey
7. The 48 laws of power : Robert Greene
8. Think and gorw rich : Napoleon Hill


Recent Comments