เวลาตีสี่เศษ ๆ ในคืนแรกที่คาโอรุและโคจิตัดสินใจที่จะเผยความในใจต่อกันและกัน ณ ริมหาด พระอาทิตย์กำลังจะฉายแสงแรกของวันอยู่ที่สุดขอบปลายฟ้าด้านทิศตะวันออก คาโอรุนึกขึ้นได้ว่า มันเลยเวลาวิกฤติที่เธอจะต้องกลับบ้านก่อนแสงอาทิตย์จะส่องฉายพื้นโลก มิฉะั้นั้นแล้วอาการป่วยของเธอที่เรียกว่า XP หรือ Xeroderma Pigmentosum ซึ่งเป็นโรคที่แสงอุลตร้าไวโอเล็ตจากดวงอาทิตย์จะทำให้ผู้ป่วยโรคนี้เป็นอันตรายได้ เรียกได้ว่า ผู้มีอาการของโรค XP ไม่สามารถใช้ชีวิตในเวลากลางวันที่มีแสงอาทิตย์ได้ และอาการจะหนักขึ้นเรื่อย ๆ โดยระบบประสาทจะค่อย ๆ สูญเสียการควบคุมไปทีละส่วน ๆ ก่อนที่จะพบจุดจบเดียวกัน
หนังฉายให้เห็นความสัมพันธ์ของคาโอรุที่แอบมองความเป็นไปของโคจิผ่านหน้าต่างห้องนอนที่เธอใช้ชีวิตในเวลากลางวันอยู่ในนั้น ความรักในตัวโคจิค่อย ๆ เกิดขึ้นอย่างช้า ๆ พร้อม ๆ กับเรียนรู้ถึงความใฝ่ฝันในการอยากเป็นนักเล่นกระดานโต้คลื่นของเขาไปในตัวด้วย ในขณะที่ตอนกลางคืนคาโอรุก็ออกไปเล่นกีร์ต้าร์และร้องเพลงที่หน้าสถานีที่แทบจะร้างผู้คน
นั่นทำให้ความสามารถอันเอกอุทางด้านดนตรีของคาโอรุถูกปิดเงียบอยู่ในมุมมืดเดียวกับสถานีรถไฟที่ร้างผู้คนแห่งนั้น
แต่เมื่อโคจิพาเธอไปเล่นดนตรีในเืมือง ในแหล่งที่ผู้คนพลุกพล่าน ประกายแห่งความสามารถทางด้านดนตรีของคาโอรุก็เปล่งเจิดจ้าท่ามกลางเสียงปรบมือของผู้คนที่มุงเข้ามาชมและฟังเพลงของเธออย่างหนาแน่ โดยแฟนเพลงคนหนึ่งคือ โคจิ ก็หลงรักทั้งเสียงเพลงและตัวตนของคาโอรุอย่างโงหัวไม่ขึ้นเช่นกัน
…
โรค XP ไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์ของโคจิกับคาโอรุต้องสิ้นสุดลงไป แต่กลับกระชับความสัมพันธ์ให้เหนียวแน่นขึ้นโดยโคจิตัดสินใจขายกระดานโต้คลื่นของตนและหางานพิเศษทำเพื่อหาเงินมาทำความฝันในการออกซีดีของคาโอรุให้เป็นจริง พวกเขากำลังวิ่งไล่ความฝันเดียวกันแล้ว
แต่อาการของโรค XP ก็ทำให้คาโอรุไม่สามารถควบคุมมือของตัวเองได้ ทำให้เธอต้องหยุดการเล่นกีร์ต้าร์ลงไปด้วย แต่ความพยายามของโคจิก็ทำให้คาโอรุตัดสินใจออกเทปส่วนตัวของเธอสำเร็จจนได้
คาโอรุบอกเราว่า อย่ายอมแพ้ชะตากรรม เพียงแต่ การเอาชนะชะตากรรมไม่จำเป็นต้องฝืน เราสามารถเล่นตามกติกาที่กำหนดไว้ได้ พร้อม ๆ กับไล่ตามความฝันที่มีไปด้วยกัน


1 comment
Comments feed for this article
August 21, 2007 at 1:04 pm
Orni
อ่านแล้วดูน่าเศร้าๆเหมือนกันอ่ะ ยิ่งโลกร้อนขึ้น คาโอรุนี่คงยิ่งลำบากเนอะ